 |
|
บันทึกสร้างปัญญา
พัฒนาE.Q.
บันทึกกลเม็ดเคล็ด (ไม่) ลับการสร้างปัญญาอันชาญฉลาดใกล้ตัวที่ลงทุนต่ำ แต่เห็นผลทันตา หากฝึกทำเป็นนิสัยนอกจากจะช่วยในการเรียนรู้แล้ว ยังเหมาะเป็นเวทีเป็นส่วนตัวปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกที่แปรปรวนอ่อนไหวตามวัยอย่างอิสระ ลดอาการเหงา เศร้าซึมได้ด้วย
สำหรับมือใหม่หัดบันทึกอาจปวดหัวอยู่บ้างตรงที่ไม่รู้จะเขียนอะไรดี ขอบอกให้เข้าใจเสียเลยว่า การเขียนบันทึกนั้นเป็นเรื่องเฉพาะคน ไม่มีรูปแบบตายตัว หากยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มก้าวแรกอย่างไร ลองเริ่มด้วยวิธีเหล่านี้ดูแล้วกัน
|
บันทึกแบบ Story Book
เป็นวิธีการเขียนคล้ายๆ กับการเขียนโครงเรื่องในวิชาภาษาไทย คือมีช่วงเริ่มต้น ช่วงกลาง และลงท้าย เป็นเทคนิคที่แพทย์มักใช้กับคนไข้ที่ต้องการฟื้นความทรงจำหลังประสบอุบัติเหตุ โดยเรานำมาประยุกต์ใช้กับเรื่องต่างๆ ที่ทำให้เราเศร้าสะเทือนใจได้ เช่น เอ็นทรานส์ไม่ติด ก็เขียนไล่ตั้งแต่เตรียมตัวอย่างไร เต็มที่ไหม รู้สึกยังไง อะไรที่ทำให้เกิดความผิดพลาด แล้วจะทำยังไงต่อไป ฯลฯ การเขียนถึงเหตุการณ์ที่เจอซ้ำๆ จะทำให้ค่อยๆ รับรู้ปัญหา เข้าใจความเป็นจริง ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการหาทางออกของปัญหา
บันทึกแบบ Memory Book
เป็นวิธีค่อนข้างง่าย โดยแรกๆ อาจเริ่มต้นด้วยการบันทึกข้อเท็จจริงประจำวัน ว่าทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างไร อารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไร แต่เขียนแบบนี้นานๆ อาจรู้สึกเบื่อ สามารถปรับวิธีการบันทึกให้มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการมากขึ้นได้ เช่น เปลี่ยนจากบันทึกเหตุการณ์ในแต่ละวันมาเป็นบันทึกเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เรารู้สึกประทับใจหรือได้มุมมองความคิดใหม่ๆ สำหรับคนที่หลงขี้ลืม อาจเปลี่ยนเป็นการจดไว้เตือนความจำ โดยการแยกสมุดออกมาอีกเล่มต่างหาก วางแผนว่าวันนี้จะต้องทำอะไรบ้าง
บันทึกแบบ Log Book
เหมาะกับการวางแผนหรือตั้งเป้าว่าจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ เช่น อยากลดน้ำหนัก อยากมีร่างกายฟิตเปรี้ยะ อยากคุมการเงินของตัวเอง การเก็บเงินซื้อเครื่องเสียงชุดใหม่ ฯลฯ โดยการจดบันทึกนิสัยการกิน การออกกำลังกาย หรือการใช่จ่ายเงินลงไปก่อน วิธีการที่ตั้งใจจะทำลงไป เพื่อจะได้รู้ว่าที่ไขมันมันเพิ่ม เงินที่พร่องไป หรืออาการถังแตกอยู่บ่อยๆ นั้น เกิดจากอะไร จะได้แก้ไขได้ตรงจุด
บันทึกแบบ Worry Book
บันทึกแบบนี้ช่วยคนช่างกังวลที่ชอบคิดติดใจอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนเครียด โดยปรับสมดุลในการมองโลก ด้วยการเค้นความรู้สึกดีๆ ออกมาจากตัวให้หมด แล้วเขียนใส่บันทึก เหมาะสำหรับวัยเฮี้ยวมาก เริ่มต้นโดยการแบ่งหน้าบันทึกเป็น 2 ส่วน ซ้าย ขวา แล้วเขียนเรื่องที่รู้สึกกังวลไว้ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาให้เขียนอธิบายขั้นตอนที่คิดว่าจะเป็นทางแก้ไข รวมทั้งวิธีการต่างๆ ที่ได้ลองทำไปแล้ว จะช่วยให้ผู้เขียนรู้สึกว่าจัดการกับปัญหาได้ไปมากน้อยขนาดไป ช่วยคลายความช่างกังวลให้เบาบางลงได้
บันทึกแบบ Scrap Book
บันทึกไม่จำเป็นจะต้องเป็นการเขียนอย่างเดียวเสมอไป อาจเป็นรูปวาด รูปถ่าย ดอกไม้ทับ ตั๋วรถเมล์ หยิบจับมาเล่าเรื่องได้หมด แล้วเขียนบรรยายสั้นๆ นานๆ ไปก็จะเขียนได้ยาวขึ้นเอง เหมาะกับคนที่อธิบายอะไรเป็นคำพูดไม่ได้ ก็ใช้รูปตัดแปะ หรือวาดภาพลงไปแทนคำพูด ทำได้แบบไม่จำกัดวัยอีกด้วย
แรงจูงใจในการเขียนเป็นสิ่งสำคัญ การบันทึกคงเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่รักการอ่านอยู่แล้ว
เพียงสะกิดต่อมอยากเขียนด้วยหนังสือแนวบันทึกสักเล่ม หรือสมุดบันทึกเล่มสวยๆ
น่าจะช่วยกระตุ้นได้ แต่ใครที่ไร้ความสนใจกับเรื่อง เขียน อ่าน
เต็มประดา อาจสร้างสรรค์แนวการบันทึกใหม่ๆ ด้วยวิธีที่เหมาะกับตนก็ได้
|
|
|
|